เรื่องของ "ถุง" ที่ไม่ช่วยลดโลกร้อน
posted on 06 Sep 2008 12:38 by fahbong23และ ถุงนี้ ก็ คือ ถุงยางอนามัยนั่นเอง
มาเริ่มกันที่ ถุงยางอนามัยชาย
ถุงยางอนามัยมีชื่อเรียกได้หลายชื่อ
บางคนอาจจะเรียก ถุง ปลอก เสื้อเกราะ เสื้อกันฝน ฯลฯ ก็เป็นอันเข้าใจกันว่าหมายถึงถุงยางอนามัยชายนั่นเอง
ถุงยางอนามัยโดยทั่วไปทำจาก น้ำยางธรรมชาติ น้ำยางสังเคราะห์ หรือวัตถุอื่น อาจมีผนังขนาน
มีหลายสีให้เลือก และมีหลายแบบ ทั้งแบบปลายเรียบมน ปลายเป็นกระเปาะ หรือเป็นติ่งยื่นออกมา
แบบชโลมด้วยสารหล่อลื่น และแบบที่เคลือบน้ำยาฆ่าตัวอสุจิ
ถ้าแบ่งตามลักษณะผิวจะมีทั้งแบบผิวเรียบและผิวไม่เรียบ
ถ้าแบ่งตามขนาดความกว้างก็จะมีด้วยกันถึง 13 ขนาด ตั้งแต่ขนาด 44 จนถึง 56 มิลลิเมตร
ในประเทศไทยขณะนี้จำหน่าย ขนาด 49 และ 52 มิลลิเมตร (ชายไทยคงไม่ใหญ่ไปกว่านี้...หึ หึ)
เพื่อความมั่นใจมากขึ้นสำหรับการคุมกำเนิดและป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
จึงได้มีการนำสารที่เรียกว่า "โนน็อกซินอล"(nonoxynol) ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้ออสุจิเคลือบลงบนถุงยางอนามัย
เพื่อความปลอดภัย 2 ขั้นตอน ถุงยางอนามัยเคลือบสารโนน็อกซินอล 11 (Condom with Nonoxynol-11)
หรือ โนน็อกซินอล-11 สปอร์มิไซด์ หรือเรียกย่อ ๆว่า เอ็น -11 (N-11)
คือสารฆ่าตัวอสุจิที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับการคุมกำเนิด
เมื่อนำสารนี้มาเคลือบบนถุงยางจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดียิ่งขึ้น
โดยหยุดยั้งไม่ให้เชื้ออสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้
|
||||||
มาต่อกันเลยนะค่ะ
ถุงยางอนามัยหญิง
ถุงยางอนามัยสำหรับหญิง มีลักษณะเป็น ถุงโปร่งแสง ทรงกระบอก ปลายมนทำด้วย โพลียูรีเธน
ปลายเปิดของถุงยางมีขอบลักษณะคล้ายห่วงติดอยู่เรียกว่า ขอบนอก มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 เซนติเมตร
ภายในก้นถุงซึ่งเป็นปลายตันจะมีห่วงอีกอันหนึ่งวางอยู่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5.5 เซนติเมตร เรียกว่า ขอบใน
ซึ่งสามารถถอดออกได้ ขอบในจะใช้สอดถุงยางเข้าไปในช่องคลอด
โดยบีบขอบในแล้วสอดเข้าไปจนสุดซึ่งจะเข้าไปครอบบนปากมดลูก
และห่วงนี้จะยึดถุงยางไว้ไม่ให้หลุดออกมา
ในขณะที่ห่วงนอกที่เป็นขอบถุงยาง
จะช่วยให้ถุงยางแผ่ติดตรงบริเวณปากช่องคลอด
การสอดใส่ถุงยางอนามัยสตรีทำได้หลายวิธี
โดยให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้ใส่เอง
หรือให้ฝ่ายชายเป็นผู้ใส่ให้โดยบีบห่วง ที่ปลายถุงและสอดเข้าไปในช่องคลอด
ถอดใส่ห่วงนอกแล้วสวมเข้ากับอวัยวะเพศชาย คล้ายถุงยางอนามัยชาย
|
||||||||||
การเลือกซื้อถุงยางอนามัย
ไม่ได้ยากอะไรเล้ยยย ... เหมือนอย่างที่ซื้อของบริโภคอุปโภคทั่วไป
ดู วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต หรือ หมดอายุ หรือ ต้องใช้ก่อน
แต่ขึ้นอยู่ที่จะกล้าเข้าไปซื้อรึเปล่า???
ผู้ชายบางคนถือคติ รักเพ่น้องต้องซื้อถุง
การเก็บรักษา
อุ๊บส์....ถุงยาง เนี่ย ต้องเก็บรักษาดูแลกันยิ่งชีพด้วยเหรอ??
บางคนถึงกับงุนงง..!
แหม! ก็ถุงยางใช้กับอวัยวะที่บอบบาง
ถุงยางผลิตจากน้ำยางธรรมชาติ ซึ่งจะเสื่อมสภาพด้วยตัวมันเอง
ยิ่งเก็บรักษาไม่ดี ยิ่งทำให้เสื่อมสภาพและหมดอายุเร็วขึ้น
* ไม่ควรเก็บในที่ร้อนชื้น หรือ สัมผัสโดยตรงกับแสงแดด แสงหลอดไฟ (ทำยังไงดี..มีแต่ที่ร้อนๆ)
* ไม่ควรเก็บไว้ใน รถยนต์ (โรงเเรมสี่ล้อ) เนื่องจากมีความร้อนสูงเป็นเวลานาน
* ไม่ควรเก็บในกระเป๋าสตางค์ กระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพราะการกดทับอาจทำให้ถุงยางฉีกขาดได้ง่าย
(อย่าคิด..ว่าพกง่าย ใส่เร็ว สอดเร็ว เคลมเร็ว อาจจะท้องเลยก็ได้นะจ้ะ คริ คริ)
ถึงแม้ว่า ถุงยาง จะไม่ลดภาวะ โลกร้อน
แต่ก็ช่วย ลดภาวะโรคเอดส์ โรคกามโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อื่นๆ ได้นะจ้ะ
ยังไงก็ช่วย ใส่ถุง ก่อนจะ สอดใส่ ซักนิด
ตามใจปาก เป็น หมู ตามใจจู๋ เป็น เอดส์ ฝากถุงนี้ไว้ใช้ซักอันนะค่ะ คุณพี่ขา
ขอขอบคุณ http://www.aidthai.org/ ที่เอื้อเฝื้อข้อมูล ถุง ถุง ค่ะ

เอ้า!ใครมีเบอร์คนที่ไม่น่าใว้วางใจ ลบทิ้งโลด<<(ล้อเล่นน่า จะบ้าหรอเอดส์นะไม่ใช่ไวรัสฟุตฟิตฟอไฟ)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
#1 By ความรักสร้างฉัน on 2008-09-07 01:45